10สถานที่ท่องเที่ยวหลวงพระบางมนต์เสน่ย์ แห่งธรรมชาติและวัฒนธรรม

จำนวนผู้เข้าชม 2462 คน

1.พระบรมมหราชวังหลวงพระบาง

          เริ่มต้นการท่องเที่ยวหลวงพระบาง พระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง ซึ่งได้รวบรวมทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในสมัยการปกครองโดยกษัตริย์ของประเทศลาว เปิดให้ชมทั้งห้องบรรทม ห้องทรงงาน ห้องพระโรงใหญ่ ห้องพิธีการ ห้องรับแขก ฯลฯ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ ฉลองพระองค์ของกษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ของลาวในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ จนถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายของประเทศลาว ตัวอาคารมีลักษณะเป็นตึกทรงเหลี่ยมธรรมดาตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรป แต่หลังคางดงามด้วยศิลปะดั้งเดิมของลาว บริเวณโดยรอบร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ มีทางเดินเข้าไปมีต้นตาลสูงใหญ่ขนาบสองข้าง ทางด้านตะวันออกของพระราชวังเป็นหอหลวงพระบาง ซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม สีทองอร่ามด้วยการตกแต่งประดับประดาจากกระจกสี เป็นที่ประดิษฐานของพระบาง พระพุทธรูปอันเก่าแก่และคู่บ้านคู่เมืองของเมืองหลวงพระบาง ต้องแต่งกายสุภาพ และไม่สามารถถ่ายภาพด้านในได้ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-11.30 น. และ 13.30-16.00 น. เปิดทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร (เสียค่าเข้าชม)

2.วัดเชียงทอง

         วัดเชียงทอง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2103 สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชในบรรดาวัดวาอารามทั้งหมดต้องยกให้วัดเชียงทองเป็นวัดที่สำคัญและสวยงามที่สุดมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากที่สุด นักโบราณคดียกย่องว่าวัดเชียงทองเป็นดั่งอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว วัดเชียงทองสร้างขึ้นก่อนหน้าที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชจะย้ายเมืองหลวงไปยังนครเวียงจันทน์ไม่นานนัก และยังได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์สองพระองค์สุดท้ายของประเทศลาว นักท่องเที่ยวควรไปวัดเชียงทองในช่วงเช้า เพราะแดดจะยังไม่ส่องตัววัดอย่างเต็มที่ ทำให้ถ่ายรูปได้อย่างสวยงาม และต้องแต่งกายสุภาพ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.30 น. (เสียค่าเข้าชม)

3.ถ้ำติ่ง

          ถ้ำติ่ง อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางประมาณ 25 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 13 เหนือ ผ่านหมู่บ้านซ่างไห จนถึงหมู่บ้านปากอู มีเรือข้ามฟากให้บริการ คนละ 10,000 กีบ แยกออกเป็น 2 ส่วน คือด้านบนและด้านล่าง ถ้ำติ่งด้านล่างนั้นเมื่อขึ้นจากเรือ เดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็จะสามารถเข้าชมได้เลย ภายในถ้ำติ่งล่างนั้นประกอบไปด้วยพระแกะสลักไม้ ที่วางเรียงรายทั้งขนาดองค์เล็กและองค์ใหญ่สลับกันไป มีจุดให้ไหว้พระขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ส่วนถ้ำติ่งบนจะต้องเดินขึ้นบันไดอ้อมไปทางด้านหลัง ขนาดถ้ำจะมีขนาดใหญ่กว่า มีหินงอกหินย้อยและพระแกะสลักไม้วางไว้ให้ได้เคารพสักการะเช่นกัน (เสียค่าเข้าชม)

4.ตักบาตรข้าวเหนียว

          ตักบาตรข้าวเหนียว เป็นเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวหลงรักเมืองหลวงพระบาง ก็คือ วิถีการดำเนินชีวิตของคนท้องถิ่น ที่ยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ในทุก ๆ เช้ามืด ภายใต้สายหมอกสีขาว อากาศเย็นสบาย ชาวบ้านจะตื่นมารอใส่บาตรพระสงฆ์นับร้อยรูป ที่เดินบิณฑบาต บริเวณหน้าไปรษณีย์หลวงพระบางจะมีชาวบ้านหาบข้าวปลาอาหาร จัดเป็นชุด ๆ เพื่อจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใส่บาตร เป็นการตักบาตรที่คล้ายกับทางภาคอีสานของไทย เวลาที่ใส่บาตรก็คือช่วงตีห้าถึงหกโมงเช้า เพราะหลังจากนั้นพระสงฆ์จะกลับเข้าวัดเพื่อไปทำกิจของสงฆ์
          ที่บริเวณสี่แยกเยื้องกับไปรษณีย์หลวงพระบาง ในตอนเช้าจะมีร้านค้า 3-4 ร้านขายอาหารเช้า สิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงหลวงพระบางก็คือการทานบาแก็ต ขนมปังสไตล์ฝรั่งเศส สอดไส้ด้วยแฮม ทูน่า ผัก และชีส สามารถเลือกไส้ได้เอง ทานแค่ชิ้นเดียวรับรองว่าอิ่มแน่นอน เพราะมีขนาดใหญ่มากและราคาไม่แพง

5.วัดป่าโพนเพา

          วัดป่าโพนเพา เป็นวัดเล็กๆ ที่สร้างขึ้นโดยพระอาจารย์สายสมุทร มีศาสนสถานส่วนใหญ่อยู่บริเวณเชิงเขา จุดเด่นที่น่าชมอยู่ที่สันติเจดีย์บนยอดเนิน สร้างขึ้นใน ปีพ.ศ. 2531 ลักษณะเป็นอาคารทรงพระธาตุ ภายนอกชั้นบนทาสีทอง ส่วนชั้นล่างเป็นโถงทรงเหลี่ยมรอบๆ พระธาตุ มีหน้าต่างแกะสลักเล่าเรื่องพุทธประวัติ ภายในแบ่งเป็น 4 ชั้น แต่ละชั้นจะประดับภาพฝาผนังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ นรก-สวรรค์ และพุทธศาสนสถาน ที่สำคัญๆ หลายแห่งทั่วโลก บริเวณระเบียงชั้นสอง สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองหลวงพระบางได้กว้างไกล ตั้งแต่สนามบิน ตัวเมือง สะพานเหล็ก แม่น้ำคาน พระธาตุพูสีและเทือกเขาที่โอบล้อมด้านหลัง มีประตูทางเข้าทั้งสี่ทิศ ช่วงเช้า 08.00 - 10.00น. ช่วงบ่าย 01.30 - 04.30 น. (เสียค่าเข้าชม)

6.น้ำตกตาดกวางสี

          น้ำตกกวางสี อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางไปทางทิศใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร ผ่านป่าเขาและธรรมชาติที่สวยงามไปสู่น้ำตกกวางสี ซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบาง มีหลายชั้น ชั้นบนสุดซึ่งเป็นไฮไลท์ของน้ำตกแห่งนี้มีความสูงถึง 70 เมตร โดยจะไหลลดหลั่นลงมาตามสระน้ำไปสู่น้ำตกชั้นล่าง นอกจากความยิ่งใหญ่ของน้ำตกแห่งนี้แล้ว สีของน้ำตกยังสวยงามจนน่าทึ่งอีกด้วย เพราะมีสีฟ้าใส ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุที่อยู่บริเวณน้ำตก เย็นชุ่มฉ่ำ พร้อมกับดอกไม้ป่าสีสันสดใส มีอากาศบริสุทธิ์ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมาเล่นน้ำกันที่น้ำตกแห่งนี้ เพราะมีชั้นด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ สามารถกระโดดลงจากต้นไม้ใหญ่ลงสู่แอ่งน้ำได้อย่างสนุกสนาน เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.30 น. (เสียค่าเข้าชม)

7.น้ำตกตาดแต้

          น้ำตกตาดแส้ เป็นอีกหนึ่งน้ำตกสำคัญของเมืองหลวงพระบางที่ไม่ควรพลาด มีความงดงามไม่แพ้น้ำตกตาดกวางสีเลยแม้แต่น้อย ด้วยเป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาจากสระน้ำหลายสิบชั้น น้ำใสมีสีฟ้าสวยงาม บางจุดเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ จึงสามารถว่ายน้ำเล่นในสระได้อย่างสะดวกสบาย  อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร การเดินทางเข้าไปยังน้ำตกตาดแส้นั้น ต้องนั่งรถโดยสารหรือเหมารถจากในเมืองหลวงพระบางมายังหมู่บ้านแอน แล้วต่อเรือของชาวบ้านไปยังน้ำตก ตลอดสองฝั่งทางเต็มไปด้วยป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ บรรยากาศที่เงียบสงบ จนกระทั่งไปถึงที่ทำการของน้ำตกตาดแส้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปเที่ยวชมน้ำตกตาดแส้คือ ช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม เพราะเป็นช่วงหน้าฝนจะมีปริมาณน้ำมาก นักท่องเที่ยวจึงสามารถเห็นความอลังการของน้ำตกตาดแส้ได้อย่างเต็มที่ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. (เสียค่าเข้าชม)

8.พระธาตุพูสี

          พระธาตุพูสี สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุรุท ประมาณพุทธศักราช 2337 พระธาตุนี้ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของพูสีบนความสูง 150 เมตรพระธาตุนี้มองเห็นได้แต่ไกลแทบจะทุกมุมเมืองของหลวงพระบาง ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ช่วงที่พระธาตุนี้งดงามที่สุดคือช่วงตอนบ่ายแก่ๆแสงแดดจะกระทบองค์พระธาตุเป็นสีทองสุก รอบๆพระธาตุจะมีทางเดินให้ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบาง ส่วนด้านทิศตะวันตกจะมองเห็นแม่น้ำโขง ช่วงที่คดเคี้ยวเข้าหากันในกลีบเขาและจากยอดภูสียังมองเห็นพระราชวังเดิมที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง

เปิดตลอดวันค่ะ (เสียค่าเข้าชม)

9.ตลาดมืดหลวงพระบาง

          ตลาดมืดหรือตลาดกลางคืน ถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งแหล่งใหญ่ของนักท่องเที่ยวเนื่องจาก ชาวบ้านในเมืองหลวงพระบางใช้เรียกถนนคนเดินตอนกลางคืน เป็นถนนที่ขายงานฝีมือ ศิลปะ วัฒนธรรม แบบหลวงพระบาง ถ้าต้องการหาของฝากราคาถูกจะมีพ่อค้าแม่ค้าชาวหลวงพระบางนำสินค้าของตนมาวางจำหน่ายอาทิเช่น เสื้อยืดสกรีนภาษาลาว, เครื่องเงิน, ผ้าทอ, ผ้าห่ม,ปลอกหมอน, โคมไฟที่ทำจากกระดาษสา และอาหารต่างๆมากมาย เวลาเปิด-ปิด 17.00 น. - 22.00 น

10.วัดวิชุนราช(วัดหมากโม)

          วัดวิชุนราช(วัดหมากโม) นั้นเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถที่มีอาคารเป็นรูปแบบสิบสองปันนา หลังคาคลุมลาดคลุมทั้งสี่ด้าน จุดเด่นอยู่ที่คอชั้นสองจะยกระดับสูงขึ้นไปค่ะ สวนบนหลังคาประดับด้วย โหง่  รูปพญานาคสามเศียร บานประตูด้านหน้าทั้งสามช่องแกะสลักลงรักปิดทองรูปพระศิวะ พระวิษณุ พระพรหม พระอินทร์ อย่างสวยงามตามแบบศิลปะเชียงขวางนั่นเองค่ะ เหมาะสำหรับเดินทางไปกราบไหว้ขอพรก่อนเดินทางกลับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

26 เมษายน 2561

ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือจองทัวร์
ช่องทางการติดต่อ
l2btravel
083-2743757
แอลทูบีทราเวล
l2btravel@hotmail.com
9 หมู่ 1 ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร
       จ.อุบลราชธานี 34350
  
L2B Travel Copyright 2018. All Rights Reserved. ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 51/00600
Power By Nika Web